กลับไปหน้าแรก

 

การให้ปุ๋ยลำไยช่วงแตกใบอ่อน

หลังจากเกษตรกรชาวสวนลำไยได้ตัดแต่งกิ่งไปแลัว ไม่ว่าจะรูปทรงเปิดกลางทรงพุ่ม ทรงสี่เหลี่ยม หรือทรงฝาชีหงาย เดือนนี้เดือนกันยายนลำไยของท่านก็คงจะเริ่มแตกใบชุดที่ 2 กันแล้ว การแตกใบอ่อนของลำไยแต่ละครั้งเหมือนกับคนเริ่มทำงานหนัก ต้องการอาหารและน้ำมาก ลำไยก็เช่นเดียวกัน ขบวนการหรือกิจกรรมแต่ละครั้งไม่ว่าจะแตกใบอ่อน แทงช่อดอก หรือติดผล ก็ย่อมต้องการอาหารและน้ำมากกว่าปรกติ จากการวิจัยของ ผศ. ยุทธนา เขาสุเมารุ และคณะ พบว่าธาตุอาหารที่ลำไยต้องการมากในช่วงนี้คือ ธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียม ดังนั้น สูตรปุ๋ยที่จะต้องให้ทั้งสองธาตุดังกล่าว เพื่อให้ง่ายต่อการประมาณและง่ายต่อการปฏิบัติ จึงได้กำหนดสูตรปุ๋ยที่เกษตรกรชาวสวนลำไยใช้กันโดยทั่วไปคือสูตร 46-0-0 , 15-15-15 และ 0-0-60 ผสมกันและต้องใช้ให้หมด ในการให้ปุ๋ยแต่ละครั้ง ผสมแล้วเก็บไว้ไม่ได้ ปุ๋ยจะละลาย และเพื่อลดต้นทุนในการซื้อปุ๋ยสูตรสำเร็จ ส่วนอัตราการให้นั้นขึ้นอยู่กับขนาดของทรงพุ่ม ดังแสดงให้ในตาราง โดยให้ทุกครั้งที่มีการแตกใบอ่อน ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ควรใส่ในช่วงหลังจากเก็บผลผลิต โดยใส่ก่อนหน้านี้แล้ว อัตราประมาณ 10-30 กิโลกรัมต่อต้น

ตารางแสดงปริมาณปุ๋ยที่ควรให้ลำไยในแต่ละครั้งหลังการแตกใบอ่อน (กรัมต่อต้น)

เส้นผ่าศูนย์กลาง
ทรงพุ่ม (เมตร)

สูตรปุ๋ย

46 – 0 – 0

15 – 15 – 15

0 – 0 - 60

1

16

12

9

2

32

23

15

3

75

53

40

4

150

100

80

5

260

180

140

6

430

290

230

7

650

450

370

 

หมายเหตุ เกษตรกรจะต้องไปหาซื้อปุ๋ยสูตร  15-15-15  (สูตรเสมอ)  ปุ๋ยยูเรีย  46-0-0  และปุ๋ยโพแทสเซียมซัลเฟต  0-0-60  โดยนำมาผสมให้ลำไยแต่ละครั้งหลังการแตกใบอ่อน  หรือจะแบ่งใส่ หลาย ๆ ครั้งก็ยิ่งดี  คือ  ใส่ในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง  อย่าลืมใส่ปุ๋ยแล้วให้น้ำตามทันที  น้ำจะช่วยให้ปุ๋ยละลาย  พืชจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้  หลังจากให้ปุ๋ยลำไยแล้ว  ต้องหมั่นตรวจ  หรือสำรวจโรคและแมลงด้วย

โรคและแมลงช่วงลำไยแตกใบอ่อน
จากการวิจัยของ  รศ.ดรจริยา  วิสิทธ์พานิช  และคณะ  พบว่าแมลงศัตรูลำไยระยะใบอ่อนที่ระบาดเป็นประจำในช่วงที่ลำไยแตกใบอ่อนคือ  หนอนคืบลำไย  หนองคืบเขียวกินใบ  แมลงค่อมทอง  แมลงนูน  และอาการโรคพุ่มไม้กวาด

1. กลุ่มหนอนกัดกินใบ เช่น หนอนคืบ  หนอนมังกร  ทำลายโดยกัดกินใบอ่อนหมดทั้งต้นได้ภายใน  2-3  วัน

การป้องกันกำจัดหนอนกัดกินใบอ่อน
1. ในระยะที่ลำไยแตกใบอ่อน  และมีการระบาดของหนอนให้ฉีดพ่นด้วย แลมป์ดาไซฮาโลทริน (คาราเต้ 2.5% EC) อัตรา 12 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือ เฟนวารีเลต    (ซูมิไซดิน 20% EC) อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอร์ไพริฟอส (ลอร์สแบน 40% EC) อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือบาซิลัส ทูริงเยนซิส (แบคโทสปีน เอฟซี) 120 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร เลือกใช้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรใช้สารเคมีฆ่าแมลงสลับกลุ่มกันไป 
2.  กำจัดวัชพืชไม่ให้เป็นที่หลบอาศัยของผีเสื้อ

2.  กลุ่มด้วงปีกแข็ง  เช่น  แมลงค่อมทอง  ด้วงกุหลาบ  และแมลงนูน ทำลายโดยกัดกินใบลำไย  ความเสียหายรุนแรงในต้นที่ปลุกใหม่ทำให้ลำไยชะงักการเจริญเติบโตได้

การป้องกันกำจัด
บริเวณที่พบแมลงค่อมทองและด้วงกินใบระบาดเป็นประจำควรฉีดพ่นด้วยอะซีเฟต 75%SP (ออร์ธีน 75 เอสพี) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือพ่นด้วย คาร์บาริล (เซฟวิน 85%WP) อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ20 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่ง

3.  อาการหงิกเป็นพุ่มไม้กวาด 
ไรลำไย  เป็นตัวการทำให้ช่อใบที่แตกออกใหม่  เกิดอาการม้วนหงิกเป็นพุ่มไม้กวาด  จะพบระบาดมากในลำไยพันธุ์เบี้ยวเขียว  และจะพบได้โดยทั่วไปทุกพื้นที่  และทุกพันธุ์  โดยเฉพาะลำไยที่ขาดการตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มให้โปร่ง  แสงแดดส่องได้ทั่วถึง  ไรลำไยมีขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

อาการม้วนหงิกบนช่อดอก 
การป้องกันกำจัด
1.    คัดกิ่งพันธุ์โดยใช้กิ่งตอนจากต้นที่ไม่มีอาการหงิกเป็นพุ่มไม้กวาดมาปลูก
2.    ต้นที่เริ่มเป็นหรือมีอาการพุ่มไม้กวาดไม่มากนัก ตัดช่อที่แสดงอาการหงิกไปฝัง หรือเผาไฟ เพื่อกำจัดไรที่อาศัยอยู่ในช่อ  การตัดช่อหงิกทำได้สะดวกขณะที่ต้นลำไยยังอายุไม่มากนัก (ไม่เกิน 5 ปี) การตัดช่อทิ้งเพียงอย่างเดียวลดอาการม้วนหงิกได้ 70  %
3.    ต้นที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ขึ้นไปการตัดช่อทิ้งปฏิบัติได้ยาก  การใช้สารกำจัดไร เช่นผงกำมะถัน (ไมโครไทออล สเปเซียล) 80% WP อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร  อามีทราซ   หรือโบรโมโพรไพเรต สามารถกำจัดไรได้ดี  อย่างไรก็ตามยังพบอาการม้วนหงิกประมาณ 30-70 เปอร์เซ็นต์